อะไรๆ ก็เป็นไอเดียได้ ผมไม่เคยเริ่มเขียนบทจากคาแรคเตอร์ จากธีม หรือจากพล็อต ผมเริ่มเขียนเพราะมีภาพบางภาพสปาร์คขึ้นมาในหัวและผมรู้สึกว่าผมอยากเล่าเรื่องนั้นต่อ เช่น A Separation ผมพัฒนามาจากภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังอาบน้ำให้กับพ่อที่แก่มากแล้ว หรืออย่าง The Salesman ผมอยากทำหนังที่เกี่ยวกับคนทำงานสายละครเวที เพราะผมเรียนจบและเริ่มทำงานมาจากสายนั้น อย่าเพิ่งกำหนดตัวละคร เมื่อผมได้ภาพบางภาพที่มันกระตุ้นความสนใจแล้ว ผมก็จะลองขยายให้มันเป็นเรื่อง ผมจะไม่กำหนดลักษณะของตัวละครก่อน เพราะตัวละครจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาที่เขามีต่อเหตุการณ์ที่เขาต้องเจอในเรื่อง ความแข็งแรงของแก่นเรื่อง พอผมเขียนเรื่องไปได้สักประมาณ 10 หน้า ผมก็จะเริ่มต้นอ่านทวนอีกครั้ง แล้วก็ตีให้แตกว่า 10 หน้าที่ผ่านมา “บทหนังเรื่องนี้มันกำลังพูดเรื่องอะไร” แล้วผมก็จะได้ประเด็นหรือแก่นเรื่องจากตรงนั้น ผมจะยึดมันเป็นแกนแล้วเขียนให้มันสอดคล้องกันไปจนจบ เรื่องราวอยู่รอบตัวเรา หนังของผมมักว่าด้วยความสัมพันธ์ ผมคิดว่าผมเขียนในสิ่งที่มันธรรมดาที่สุด คือเรื่องคนสองคน ความสัมพันธ์ของคน มันเป็นปมที่เก่าและโบราณที่สุด แต่ก็ยังร่วมสมัย เพราะมนุษย์ก็คือมนุษย์ แค่เรื่องผัวๆเมียๆ มันก็กว้างเท่ากับมหาสมุทรพอให้คุณหยิบมาใช้งานได้แล้ว ความสัมพันธ์ของมนุษย์มันมีความเป็นไปได้หลากหลายมาก และสามารถพัฒนาไปเป็นเรื่องได้มากมาย เพียงคุณหัดสังเกตทุกสิ่งรอบตัว ความสมจริงเป็นสิ่งสำคัญ หนังหลายเรื่องของผมมีส่วนผสมของหนังระทึกขวัญและหนังดราม่า เพราะมันเป็นรสนิยมส่วนตัวของผม ผู้กำกับชั้นครูที่ผมชื่นชอบหลายคนทำแบบนั้นเช่น อัลเฟรด ฮิทช์ค็อก, …
Read More »