ผู้จัดเบอร์หนึ่งของประเทศไทย 411 Entertainment นำโดย กึ้ง-เฉลิมชัย ฝ่าตารางคิวแน่นเอี๊ยดของดาราหนุ่มมากความสามารถ ซงจุงกิ เพื่อพา“สามีแห่งชาติ”คนนี้มาหาแฟนคลับชาวไทย โดยการจัดงานแฟนมีตติ้งเพื่อความฟินครั้งใหญ่ 2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK ที่กำลังจะมีขึ้น วันนี้ (วันที่ 7 พฤษภาคม 2559) ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี
ครั้งนี้ The All About Entertainment มีโอกาสได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวก่อนที่งานแฟนมีตติ้งจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ถ้าอยากรู้ว่ากัปตันยูถูกซักถามเรื่องอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลยค่ะ ^^

1. มีโอกาสกลับมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง รู้สึกอย่างไร?
JK: รู้สึกดีใจมากๆ ครับ เพราะว่าไม่ได้มาเมืองไทยหลายปีแล้ว ผมชอบประเทศไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะอากาศของเมืองไทย ผมเป็นคนที่ชอบอากาศร้อนๆ อยู่แล้ว ก็เลยชอบอากาศเมืองไทยมากๆ ครับ
2. คุณคงได้ทราบแล้วว่าการเปิดขายบัตรแฟนมีตติ้งที่ไทยครั้งนี้ บัตรขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วมาก
JK: ก่อนอื่นผมอยากจะขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่มาต้อนรับที่สนามบิน ได้ยินมาว่ามีคนไปรอบที่สนามบินตั้งแต่เช้าด้วย รู้สึกเกรงใจด้วย แต่ก็รู้สึกดีใจมากที่ได้มาเจอแฟนๆ ตรงนี้ครับ ผมไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่า บัตรงานแฟนมีตติ้งจะขายหมดเร็วขนาดนี้ ต้องขอบคุณแฟนๆ มาก แล้วก็เป็นเกียรติอย่างมากครับที่แฟนๆ ให้ความรักและให้ความสนใจในตัวผม

3. ถ้ามีเวลา อยากไปเที่ยวเป็นพิเศษที่ไหนบ้างหรือมีกิจกรรมอะไรอื่นๆ ในเมืองไทยที่อยากลองทำเป็นพิเศษไหม?
JK: ครั้งนี้น่าเสียดายมากเลยครับ อุตส่าห์ได้มาเมืองไทยแล้ว แถมอากาศก็ดีด้วย แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปว่ายน้ำเลยล่ะครับ อยากไปภูเก็ตด้วยครับ
4.หลังจากที่ซีรี่ส์ Descendants of the Sun ออกอากาศ ในประเทศไทยก็เกิดกระแสแฮชแท็กในทวิตเตอร์ เช่น #ทีมบิ๊กบอส ติดเทรนด์อันดับต้นๆ อยู่ตลอด ถ้าเราจะให้คุณช่วยคิดแฮชแท็กของการมาเมืองไทยในครั้งนี้ คุณจะตั้งว่าอะไร?
JK: ขอตั้งว่า #ผักบุ้งไฟแดง ละกันครับ (ทำหน้าจริงจัง) เป็นอาหารที่ผมชอบกินมากเลยนะเวลามาเมืองไทย

5.คุณได้รับแต่งตั้งเป็นทูตส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี อยากให้คุณลองทำหน้าที่ทูตการท่องเที่ยวเกาหลี แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ ในเกาหลี ให้แฟนๆชาวไทยหน่อยได้ไหม?
JK: หลังจากได้ถ่ายทำเรื่อง Descendants of the Sun แล้ว ผมก็อยากจะแนะนำแทแบคครับ ที่นั่นมีสถานที่ให้เที่ยวชมมากมาย มีอาหารอร่อยๆ เยอะแยะด้วย และผมเองก็ชอบเกาะเชจูเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วด้วยล่ะครับ
6.คนส่วนมากชื่นชมว่าคุณคือผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ความคิด เรียนเก่งมากด้วย ความสามารถและคุณสมบัติอื่นๆ อันเพียบพร้อมในตัวคนๆ เดียว แต่สำหรับตัวคุณเองล่ะ คิดแบบนั้นมั้ย? หรือมีจุดไหนที่ยังอยากปรับปรุงหรือเปล่า?
JK: เอ่อ.. ผมอยากจะสูงมากกว่านี้ เหมือนกวางซูน่ะครับ (ยิ้ม)

7.ในบทบาทที่คุณแสดงมา (Sungkyunkwan Scandal, Innocent Man, Wolf Boy, Descendants of the Sun) ตัวละครไหนที่คุณคิดว่ามีความคล้ายคลึงกับตัวตนจริงๆ ของ “ซงจุงกิ” มากที่สุด?
JK: อย่างที่ทุกคนทราบดีนะครับ สำหรับบทบาทล่าสุดที่ผมได้รับในละครเรื่อง Descendants of the Sun เป็นทหารที่ชื่อ ‘ยูชีจิน’ อืม… ถ้าให้ผมเลือก ผมก็ขอเลือก ‘ยูชีจิน’ นี่ล่ะครับที่มีนิสัยคล้ายกับตัวผมมากที่สุด เวลาจริงจังก็คือจริงจัง เวลาเล่นก็คือเล่น ถือว่าค่อนข้างคล้ายนะครับ
8. แต่ว่า’ยูชีจิน’ มีคาแร็กเตอร์ที่ค่อนข้างเจ้าชู้ ดูโรแมนติกนิดๆ ถือว่าเป็นตัวจริงของคุณด้วยหรือเปล่า?
JK: เอาจริงๆ นะครับ.. ตัวผมเป็นคนที่ไม่ค่อยโรแมนติกสักเท่าไหร่ เรื่องนี้ผมเอาชนะ ‘ยูชีจิน’ ไม่ได้เลยล่ะครับ เพราะเขาเป็นคนที่โรแมนติกมากๆ เลย

9. จากตัวละคร ‘ยูชีจิน’ ที่โดนผู้หญิงคนเดิมปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขายังรอที่จะได้รักเธอ แล้วถ้าในความเป็นจริง “ซงจุงกิ” โดนปฏิเสธอยู่เรื่อยๆ คุณยังจะรอแบบนั้นอยู่หรือเปล่า?
JK: ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผมรักจริงๆ ยังไงผมก็จะรอครับ (จริงจัง) ถ้าพูดถึงความโรแมนติกเนี่ย ต้องยกให้กวางซูเลยครับ เขาเป็นเพื่อนที่โรแมนติกมากๆ เขาไม่ได้มีดีแค่ความสูงอย่างเดียวนะครับ (ยิ้ม)
10. มีบทพูดดีๆ มากมายในละครเรื่อง Descendants of the Sun ที่กลายเป็นประโยคยอดฮิต ส่วนตัวแล้วคุณจดจำหรือประทับใจบทพูดประโยคไหนมากที่สุด?
JK: ส่วนตัวผม คงจะฉากที่ต้องพูดประโยคที่ว่า ‘จะให้ขอโทษ หรือจะให้สารภาพรัก’ นะครับ ผมชอบฉากนี้มากๆ “ขอโทษ” “สารภาพรัก” (พูดไทยอย่างตั้งใจ) ยากมากเลยนะครับเนี่ย (หัวเราะ)

11. ในเรื่อง Descendants of the Sun ระหว่างฉากแอคชั่น กับฉากเลิฟซีน ที่คุณแสดงเองทั้งหมด คุณชอบ หรือถนัดฉากแบบไหนมากกว่ากัน?
JK: ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างฉากแอคชั่น กับฉากเลิฟซีนโรแมนติกพวกนี้ ในฉากแอคชั่นผมต้องถ่ายทำคนเดียว เจ็บคนเดียว ไม่มีคน(ในละคร)ช่วยด้วย เลยค่อนข้างยากกว่าสำหรับตัวผมนะ แต่ถ้าเลิฟซีน จะมีตัวละครที่เล่นคู่กับผม เค้าก็จะคอยช่วยผมอยู่ด้วย ฉากเลิฟซีนก็เลยจะง่ายกว่าครับ
12. ขอถามเรื่องความแตกต่างในงานภาพยนตร์ กับงานละครโทรทัศน์บ้าง มีความยากง่ายแตกต่างกันอย่างไรสำหรับตัวคุณ?
JK: จริงๆ งานภาพยนตร์กับละคร ก็แตกต่างกันในเรื่องเวลาเป็นหลักนะครับ อย่างภาพยนตร์เนี่ยก็ถ่ายทำเสร็จในระยะสั้น ทำให้สามารถโฟกัสได้มากกว่าละคร เพราะละครมันจะมีหลายตอนมาก แถมต้องเร่งถ่ายให้ทันฉาย ทำให้ไม่สามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่น่ะครับ
แต่สำหรับละครเรื่อง Descendants of the Sun ซึ่งเป็นละครที่ถ่ายทำไว้ล่วงหน้า ก็เลยมีเวลาถ่ายทำกันแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบเหมือนทุกทีน่ะครับ

13. ด้วยกระแสจากละคร Descendants of the Sun ทำให้ซงจุงกิมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมาก สำหรับเมืองไทยมีสำนวนที่ว่า ‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’ (ยิ่งจุดบนสุดก็ยิ่งมีความโดดเดี่ยวเพิ่มขึ้น) คุณคิดเห็นอย่างไรบ้างกับสำนวนนี้ เห็นด้วยหรือไม่?
JK: อืม.. ผมเห็นด้วยนะครับ เพียงแต่ผมยังไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ เลย.. อาจจะตอบไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ ส่วนตัวผมคิดว่า มันขึ้นอยู่กับว่า เราทำตัวยังไงมากกว่านะ
ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อสองวันที่ผ่านมา ตอนผมเห็นแฟนคลับไปรอรับที่สนามบิน ความเครียดความไม่สบายใจต่างๆ ที่เคยมีอยู่มันก็หายไปเลยล่ะครับ ถือว่าเป็นข้อดีของการมีชื่อเสียงได้เหมือนกันนะครับ (ยิ้ม)
พูดตรงๆ ว่าตัวผมไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะมีกวางซูเป็นเพื่อนอยู่แล้วด้วย (หัวเราะ) แถมเย็นนี้เราจะไปเจอกันในงานแฟนมีตติ้งอีก ก็ถือว่าเป็นการคลายเครียดอีกวิธีนึงสำหรับผมนะ

14. ถ้ามีเวลาว่าง วิธี Relax แบบซงจุกิคืออะไร?
JK: ถ้ามีเวลาว่าง ส่วนมากช่วงนี้ผมก็ออกกำลังกายนะครับ เพราะต้องเตรียมตัวถ่ายภาพยนตร์อยู่ด้วย
15. การออกกำลังกายถือเป็นเหตุผลที่ทำให้ซงจุงกิวัย 31 ยังดูเด็กมากๆ แบบนี้ด้วยหรือเปล่า หรือมีการดูแลสุขภาพ ผิวพรรณอย่างไรเป็นพิเศษไหม?
JK: อืม.. ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษนะครับ จะถือว่าการออกกำลังกายเป็นเคล็ดลับก็ได้ครับ อ้อๆ ที่ผิวหน้าดีก็เพราะไปนวดหน้าบ่อยๆ ด้วยล่ะครับ แต่ถ้าเป็นส่วนของร่างกาย เรื่องอาหารการกินก็สำคัญครับ ต้องควบคุมดูแลตรงนี้ด้วย

16.จากวันแรกที่เข้าวงการ จนถึงวันนี้ มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงหรือตกหล่นหายไประหว่างทางบ้างหรือเปล่า?
JK: ตั้งแต่เดบิวต์จนถึงปัจจุบัน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปมากนะครับ ผมก็ยังทำงาน มีผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันเหมือนเดิม ถ้าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ก็เทียบกับเมื่อก่อนเวลาไปเที่ยว ที่ผมสามารถเดินทางไปไหนมาไหนเองได้ จะไปข้าวสารหรือที่ไหนๆ ก็ทำได้สบาย แต่ตอนนี้ผมทำแบบนั้นไม่ได้แล้วอะ (หัวเราะ) แม้แต่จะว่ายน้ำยังทำไม่ได้เลย (หัวเราะ)
17. เย็นนี้ก็จะถึงเวลาของงานแฟนมีตติ้ง “2016 SONG JOONG KI ASIA TOUR FAN MEETING IN BANGKOK” ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ที่คุณจะได้พบกับแฟนๆ ชาวไทยซึ่งรักและให้การสนับสนุนคุณมาโดยตลอด มีอะไรอยากฝากบอกปิดท้ายงานแถลงข่าววันนี้บ้าง
JK: ผมก็ไม่ได้มาเมืองไทยค่อนข้างนานมากแล้วนะครับ รู้สึกดีใจมากที่ได้เจอสื่อมวลชนและแฟนๆ ชาวไทยในครั้งนี้ ผมขอขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสในการจัดแฟนมีตติ้งครั้งนี้ด้วยนะครับ เพราะเวลาที่ได้มาประเทศไทย ถือเป็นการพักผ่อนที่ดี ได้เจอแฟนคลับ แถมแฟนๆ ยังไปรับผมที่สนามบินด้วย ผมขอบคุณมากจริงๆ เย็นนี้ก็อยากให้แฟนๆ มาสนุกด้วยกันในงานแฟนมีตติ้งนะครับ
